เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ สูตรและวิธีทำ ไม่ยาก ลองเลย น้ำจับเลี้ยง

น้ำจับเลี้ยง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ น้ำจับเลี้ยง

น้ำจับเลี้ยง คือ น้ำต้ม สมุนไพรจีน หลายอย่างคละกัน (Chinese mixed herbs drink)
คำว่า จับ/จั๊บ (杂/什) ในจับเลี้ยง หมายถึง ของ เบ็ดเตล็ด อะไรก็ตาม ที่เอา มาคละ รวมกัน ผสมกัน เช่น ผักหลายชนิด ต้ม รวมกัน ที่เราเรียกว่า “จับฉ่าย” (杂菜/什菜) ไม่ได้แปลว่า สิบ เพราะ จับเลี้ยงหลาย ตำรับ ใช้ยาจีน มากถึงสิบกว่า ยี่สิบอย่าง ผสมกัน ก็มี

อันที่จริงชื่อ “จับเลี้ยง” นี้กร่อนมาจากชื่อเต็มๆว่า “จับเหลี่ยงจุ้ย” (杂凉水什凉水)

ความจริง “จับเลี้ยง” นับได้ว่าเป็น ตำรับยาจีน ประเภทหนึ่ง เพียงแต่ไม่ใช่ ตำรับยา เพื่อ การรักษา บำบัดโรค แต่ เพื่อดูแล ป้องกัน สุขภาพ มากกว่า ดังนั้น สูตรหรือตำรับ จึงค่อนข้างยืดหยุ่นกว่าตำรับยาอื่นๆ

ใน “จับเลี้ยง” มักมี สมุนไพรจีน บางตัว ยืนพื้นเสมอ เช่น เก๊กฮวย หล่อฮั้งก้วย ดอกงิ้ว แห่โกวเช่า เหม่ากึง(รากหญ้าคา) โชยเตียจั้ว(ใบเพกา) ส่วน สมุนไพรจีน ที่จัดเพิ่มอาจมี โหล่วเก็ง เทียงฮวยฮุ่ง หง่วงเซียม เง็กเต็ก แบะตัง กิมหงึ่งฮวย(สายน้ำผึ้ง) เป็นต้น สมุนไพรจีนส่วนหลังนี้ ก็แล้วแต่ว่าทาง ร้านขายยาจีน เขาจะจัดอะไรให้บ้าง ซึ่งมัก จัด เพิ่มให้เพียง 3-4 อย่าง ไม่จำเป็น ต้องจัดให้ ครบหมด ทุกอย่าง

น้ำจับเลี้ยง ดื่มเมื่อไร สดชื่น ทุกครั้ง ยิ่งอากาศร้อน แบบนี้เป็น จังหวะ ที่ดีอย่างยิ่งเลยค่ะ ทำใส่ขวดขายซะเลย เงินจงมา…

– แห่โกวเช่า ร่วมกับใบเพกา ต้มน้ำดื่ม แก้ไอ เจ็บคอ เสียงแห้ง เป็นแผลในช่องปาก
– หล่อฮั้งก้วย เแก้ไอ ละลายเสมหะ เจ็บคอ คอบวม ท้องผูก
– เก๊กฮวย แก้ ร้อนใน ดับร้อน ถอนพิษไข้ แก้หวัด แก้ไข้
– ดอกงิ้ว แก้ร้อนใน ขับความชื้น ใน ร่างกาย ถอนพิษ แก้ท้อง เสีย ถ่ายเหลว แก้บิด
– เปะเหม่ากึง(รากหญ้าคา) แก้ร้อนใน แก้ไอ แก้ไข้ เจ็บคอ คอบวม ไล่ ความชื้น ใน ร่างกาย ขับน้ำ ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะมีเข้ม
– กำเช่า ดับร้อนถอนพิษ แก้ไอ หอบ แก้เจ็บคอ คอบวม มีเสมหะมาก แก้ ปวดท้อง ถ่ายเหลว

ส่วนผสม น้ำจับเลี้ยง
1. ชุดจับเลี้ยงสำเร็จรูป (50-70 กรัม) จำนวน 1 ห่อ
2. น้ำ 2 ลิตร
3. น้ำตาลทราย หรือน้ำตาลทรายแดง (ตามชอบ)

วิธีทำ น้ำจับเลี้ยง
– ใส่เครื่องจับเลี้ยงลงในหม้อ ตามด้วยน้ำ ต้มไฟอ่อน จนเดือด และน้ำเปลี่ยนสี ประมาณ 20 นาที ยกลงจากเตา กรองด้วย ผ้าขาวบาง เอาเฉพาะน้ำ – เทกลับใส่หม้อ นำขึ้นตั้งไฟ
– ใส่น้ำตาลทราย คนผสมให้เข้ากัน ต้มจนเดือด ยกลงจากเตา รอจนอุ่น หรือ เย็น บรรจุใส่ขวด พร้อมดื่ม  ufabet


ประวัติศาสตร์ที่มา และวิธีทำดั้งเดิมของ “ไส้อั่ว”

ไส้อั่วเป็นอาหารพื้นบ้านล้านนาที่มีคนรู้จักแพร่หลายมากที่สุดชนิดหนึ่ง จัดเป็นไส้กรอกชนิดหนึ่ง คำว่า อั่ว หมายถึง แทรก หรือยัดไว้ตรงกลาง ไส้อั่ว จึงหมายถึงไส้ที่มีการนำสิ่งของยัดไว้ การทำไส้อั่ว นิยมใช้ไส้หมูและเนื้อหมู การทำไส้อั่วเป็นวิธีการถนอมอาหารให้สามารถรับประทานได้นานขึ้น คือประมาณ 1-2 วัน แต่ถ้าเก็บไว้ในที่เย็น หรือปัจจุบัน มีการบรรจุถุงแบบสุญญากาศ ก็เก็บไว้ได้นานมากยิ่งขึ้น การทำให้ไส้อั่วสุก จะใช้วิธีปิ้ง หรือทอดก็ได้ (รัตนา, 2542) ไส้อั่วเป็นส่วนหนึ่งของการถนอมเนื้อสัตว์ เพราะในอดีตไม่มีตู้เย็น ดังนั้นจึงถนอมเนื้อสัตว์โดยการทำไส้อั่ว กรรมวิธีการผลิตไส้อั่ว ส่วนใหญ่ยังยึดถือแบบดั้งเดิม มีเพียงการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้เพื่อพัฒนาการผลิตในระดับอุตสาหกรรม หรือมีการใช้ไส้เทียมที่ทำจากคอลลาเจนด้วยในกรณีที่ไม่สามารถหาไส้หมูได้ และถ้าเป็นไส้กรอกแบบฮาลาลจะใช้ไส้เทียมเช่นกัน ส่วนไส้หมูมีข้อเสีย คือ เมื่อจะนำมาใช้ต้องนำไปล้างทำความสะอาดและเกลาให้สวยงาม แต่ผู้ประกอบส่วนมากก็ยังเลือกใช้ไส้หมูมากกว่าเนื่องจากให้รสชาติที่ดีกว่าไส้เทียม และในห้างสรรพสินค้าบางแห่งมีไส้หมูหมักเกลือแช่แข็งขาย เมื่อนำมาใช้ก็เพียงแค่นำมาละลาย ล้างเกลือออกก็นำไปใช้ได้
ประวัติศาสตร์ที่มา และวิธีทำดั้งเดิมของ “ไส้อั่ว”
“ไส้” หมายถึงลำไส้ และไส้ที่ใช้ นิยมใช้ลำไส้ของหมู เครื่องในหมูส่วนที่นำมาอาหาร ต้ม ย่าง ทอด จะใช้ลำไส้ใหญ่ สำหรับส่วนที่จะเอามาทำไส้อั่ว จะใช้ลำไส้เล็ก
“อั่ว” เป็นการประกอบอาหารอย่างหนึ่ง ในที่นี้หมายถึง การแทรก ยัด หรือกรอกเครื่องปรุงใส่เข้าไปในในลำไส้
การทำ ไส้อั่ว จึงหมายถึงไส้ที่เอาเนื้อหมูไปยัดไว้
ในสมัยโบราณ ยามเทศกาลงานบุญ มักจะมีการล้มหมู และจะมีเนื้อหมูเป็นจำนวนมาก บางครั้งนำมาประกอบอาหารไม่ทัน จึงมีการถนอมอาหารป้องกันการเน่าเสีย แรกทีเดียวก็นำมาแล่แล้วย่างหรือตากแดดให้แห้งเพื่อเก็บไว้กินในภายหลัง
ต่อมาพัฒนามาเป็นการประกอบอาหารที่สามารถเก็บไว้กินได้นาน ที่เราคุ้นเคยกันดีคือ การทำแหนม และการทำไส้อั่ว เป็นต้น ซึ่งเป็นอาหารที่สามารถเก็บไว้ได้นาน 1-3 วัน สำหรับการทำไส้อั่วเป็นที่นิยมของคนล้านนาเรื่อยมา เนื่องจากสามารถเอาไส้หมูมาใช้
เป็นการใช้ประโยชน์ของหมูทั้งตัวได้อย่างคุ้มค่า
วันนี้ขอแนะนำวิธีการทำไส้อั่วแบบเก่า
วัตถุดิบที่ใช้มีไส้หมู นำมาล้างด้วยเกลือ ทั้งด้านนอกและด้านในให้สะอาด การทำความสะอาดไส้หมูเป็นเรื่องใหญ่ ใช้เวลานาน แต่ก่อนเขาเอาใบตะไคร้มารูดเอาเมือกในไส้ออก ทำซ้ำหลายรอบจนกว่ากลิ่นคาวจะหมดไป และได้ไส้ที่มีลักษณะบาง
ปัจจุบันคนทำไส้อั่วขายส่วนหนึ่งหันมาใช้ไส้เทียม ทำให้ประหยัดเวลากว่า แต่จะอร่อยหรือไม่ขึ้นอยู่กับความนิยมของคนกิน
สำหรับเครื่องปรุงน้ำพริก มีดังนี้ พริกแห้ง ข่า ขมิ้น ตะไคร้ซอย กระเทียม หอมแดง รากผักชีหั่น กะปิแกง เกลือเม็ด นำทุกอย่างมาโขลกให้ละเอียด
นำเนื้อหมูปนมันมาสับให้ละเอียด การใช้วิธีสับหมู จะทำให้เนื้อของ ไส้อั่ว มีความหยาบ เคี้ยวแล้วได้รสชาติมากกว่าการเอาเนื้อหมูปนมันไปปั่นละเอียด แบบการทำไส้กรอกฝรั่งแบบที่นิยมกันในปัจจุบัน อนึ่ง ไส้อั่วที่ทำจากหมูสับจะทำให้เราเห็นว่ามีมันหมูปนอยู่มากน้อยเพียงใด ซึ่งส่วนที่เป็นมันหมูไม่ควรจะมากเกินไป แต่ถ้าปั่นเนื้อกับมันรวมกัน จะทำให้เราแยกแยะไม่ออก
จากนั้นนำเนื้อหมู มาคลุกกับน้ำพริก และใบมะกรูดหั่นฝอย
นำไส้มามัดปลาย กลัดด้วยไม้กลัดกันไส้หลุด แล้วเอาหมูสับที่ผสมแล้วยัดไส่ไส้พอเต็ม มัดปลายไส้กลัดด้วยไม้กลัดอีกรั้ง ระวังอย่ายัดไส้แน่นจนเกินไป เวลาย่างไส้อาจจะแตกออกได้
เมื่อได้ไส้อั่วแล้ว จะนำมาผึ่ง หรือขดเป็นวงกลมคลุมไว้ด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาด รอเวลาย่าง
วิธีย่าง จะต้องใช้ไฟอ่อนๆ สมัยก่อนนิยมย่างด้วยเตาถ่าน คลุมกาบมะพร้าวให้เกิดควัน เมื่อสุกจะหอมเครื่องสมุนไพรในน้ำพริกปนกับกลิ่นของการรมควัน
ปัจจุบันนี้แม่ค้านิยมทอดไส้อั่วขายกัน เพราะทำง่ายกว่า ทำให้เสน่ห์ของกลิ่นและรสชาติของไส้อั่วแบบดั้งเดิมหายไป
ไส้อั่วที่กล่าวมา คนล้านนาเรียกว่า ไส้อั่วจิ๊น คือทำจากเนื้อหมู
ส่วนไส้กรอกแบบอีสาน คนล้านนาเรียกว่า ไส้อั่วเข้า เพราะทำจากข้าวเป็นเครื่องปรุงหลัก
ไส้กรอกมีในทุกภูมิภาคของโลก
แถบเอเซีย (Kapadia, 2016)
สำหรับประเทศไทยมีไส้กรอกหลายชนิดที่ผลิต เช่นไส้กรอกอีสาน นำเนื้อ ข้าว กระเทียม เกลือยัดในไส้แล้วหมักจนมีรสเปรี้ยว เป็นที่นิยมแพร่หลาย ไส้อั่วเป็นไส้กรอกย่างทางภาคเหนือของประเทศไทย เป็นอาหารต้นตำรับจากจังหวัดเชียงใหม่ แต่เป็นที่นิยมทั่วประเทศไทย
Lap Chong, China ไส้กรอกที่ทำจากหมูที่มีไขมันเยอะ นำไปรมควันพร้อมปรุงเครื่องเทศ คือน้ำกุหลาบ ไวน์ข้าว ซีอิ้วขาว Soondae, Korea เป็นไส้กรอกของเกาหลีที่ทำให้สุกโดยการนึ่งหรือต้ม เป็นไส้กรอกเลือด เชื่อกันว่ามีการรับประทานกันมาช้านาน Small Sausage in Large Sausage, Taiwan เป็นสำไส้ชิ้นเล็กที่ติดกับลำไส้ชิ้นใหญ่ ขายทั่วไปในตลาดในไต้หวัน
ทวีปยุโรป (Kapadia, 2016)
Lorne, Scotland หรือในอีกชื่อหนึ่งคือ square sausage, slice sausage, flat sausage เป็นอาหารพื้นเมืองของชาวสก็อตแลนด์ ทำจาก เนื้อบดและขนมปังร่วน นิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า Red pudding, Scotland เป็นอาหารที่เสิร์ฟเป็นจานหลักเนื้อในทางตะวันออกของสก็อตแลนด์ เป็นไส้กรอกลักษณะขรุขระ ยาวประมาณ 8 นิ้ว มีก้อนสีแดงด้านใน Haggis, Scotland อาหารประจำชาติของสก็อตแลนด์ ส่วนประกอบหลักๆ มาจากแกะ, หมูหรือวัว ผสมกับไขมันที่ได้จากวัว หัวหอมใหญ่ ข้าวโอ๊ต, เครื่องเทศ เดิมจะนำไปต้มโดยห่อไว้ด้วยกระเพาะหรือไส้ของสัตว์ แต่ในปัจจุบันนี้จะนำไปใส่ในห่อที่มีลักษณะเป็นปลอกที่ทำขึ้น มักจะทานคู่กับผัก หรือ มันฝรั่ง มีการเสิร์ฟหลายแบบ นำไปทำเบอร์เกอร์หรือปั้นเป็นลูกกลมๆเหมือนกับขนม Stovies Cumberand, England เป็นไส้กรอกแบบดั้งเดิมจาก Cambria ลักษณะ 21 นิ้ว 50 เซนติเมตร ทำมาจากหมู พริกไทยดำ สมุนไพร พริก Black pudding, England ไส้กรอกเลือด นิยมรับประทานใน Great Britain, Ireland และบางประเทศในยุโรป ทำมาจากไขมันหมู เลือดหมู ข้าวโอ๊ต Hog’s pudding, England ไส้กรอก Cornwall และ Devon ทำมาจากเนื้อหมู ไขมัน ขนมปัง ข้าวโอ๊ต เยื้อไขมัน Saveloy, England ไส้กรอกที่มีรสชาติของเครื่องเทศสูง มีสีแดง มักปรุงให้สุกโดยการต้ม Newmarket, England เป็นอาหารพื้นเมืองของ Newmarket, Suffolk ทำมาจาก หมู ขนมปังร่อน พริก Lincolnshire, England เป็นสูตรที่พัฒนาในเขต Lincolnshire เป็น เขตที่มีร้านขายเนื้อมากที่สุด จะใช้สมุนไพรมาก เพื่อทำให้เผ็ดร้อน Rod Polse, Denmark ไส้กรอกหมูสีแดง มักปรุงให้สุกโดยการต้ม เป็นอาหารประจำชาติของเดนมาร์ค เป็นไส้กรอกแบบเวียนนา Prinskorv, Sweden แปลว่า prince-sausage เป็นไส้กรอกขนาดเล็ก ผลิตในปี 1805 โดย คนขายเนื้อชาวเวียนนา มักขายดีในช่วงคริสต์มาส Isterband, Sweden เป็นไส้กรอกรมควัน ทำจากหมู มันฝรั่ง บักวีต มีหลายแบบ เช่น Smalandska isterband มักเสิร์ฟพร้อม ครีมมันฝรั่งและบีทรูทดอง Falukorv, Sweden เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 16 เป็นไส้กรอกที่ปรุงรสด้วยเกลือแล้วจึงนำไปรมควัน Ryynimakkara, Finland ใช้บักวีตเป็นส่วนผสมถึง 1 ใน 5 ของน้ำหนัก ไขมัน 15% และหมู แต่ถ้าเป็นแบบดั้งเดิมไม่ใช้เนื้อสัตว์ Mustamakkara, Finland ไส้กรอกเลือด เป็นอาหารพื้นเมือง มักรับประทานคู่กับแยม lingonberry Siskonmakkara, Finland ไส้กรอกสด ทำจากหมู ทำให้สุกในน้ำสต็อกVerivorst, Estonia ไส้กรอกเลือด รับประทานกับแยม lingonberry หรือสลัดฟักทอง มาจากสวีเดน หรือลัตเวีย ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 Skilandis, Lithuania ทำจากกระเพาะหมู ปรุงรสด้วยเกลือ กระเทียม เนื้อบด เบคอน นำไปรมควัน Kabanos, Poland ไส้กรอกลักษณะยาว ประมาณ 60 เซนติเมตร บาง มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร ทำมาจากหมู จากนั้นนำไปรมควัน เนื้อสัมผัสจะนุ่ม แห้ง Krakoska, Poland ไส้กรอกรมควัน จะเสิร์ฟแบบเย็น Toba, Romania เป็นอาหารพื้นเมือง ลักษณะกว้าง 4 นิ้ว ทำมาจากกระเพาะหมู Téliszalám, Hungary เป็น winter salami ทำมาจากหมูพันธุ์หยอง Cevapi, Bosnia and Herzegovina เป็นไส้กรอกที่ไม่มีไส้เทียมหุ้ม เป็นอาหารพื้นเมือง รับประทานคู่กับซาวครีม Extrawurst, Austria ทำมาจาก พริก ผสม เนื้อวัว เบคอน หมู จะเสิร์ฟเย็น Wurst, Austria รู้จักกันในชื่อ Vienna sausage เป็นไส้กรอกรมควัน เป็นไส้กรอกที่ขายดีที่สุดในร้านขายเนื้อ Teewurst, Germany ทำมาจากหมูและเบคอน ทำการบดและปรุงรส จากนั้นรมควัน 7-10 วัน Frankfurte würstchen, Germany ไส้กรอกบางๆ ทำมาจากหมู ต้มในน้ำ 8 นาที เพื่อให้สุก เสิร์ฟกับขนมปัง มาสตาร์ท สลัดมันฝรั่ง Bratwurst, Germany ทำมาจากเนื้อลูกวัว หมูหรือเนื้อวัว Wollwurst, Germany ทำมาจากเนื้อลูกวัวและหมู ไม่ต้องนำมาใส่ไส้เทียม ต้มในน้ำประมาณ 10 นาที เสิร์ฟพร้อมสลัดมันฝรั่ง Rookworst, The Netherlands เป็นหนึ่งในไส้กรอกของเนเธอแลนด์ ทำจากหมูบดผสมกับพริกและเกลือ นำใส่ในไส้เทียม ถ้าอาหารพื้นเมืองเมื่อก่อนจะนำไปรมควันจากไม้ แต่ในปัจจุบันไม่รมควันBeuling, Belgium เป็นไส้กรอกเลือดของเบลเยี่ยม หมูที่ใช้จะเป็นหมูที่ฆ่าในฤดูใบไม้ร่วง รับประทานกับแอปเปิ้ลอบ Andouillette, France เป็นไส้กรอกที่มีกลิ่นฉุน ทำมาจากหมู หรือบางครั้งใช้เนื้อลูกวัว ผสมกับ ลำไส้ ไส้หมู ไวน์ พริกไทย หอมหัวใหญ่ และเครื่องเทศ Boudin Noir, France ไส้กรอกเลือดสีทึบ ที่ประกอบด้วย หมู เลือดหมู และเครื่องปรุงอื่นๆ ปรากฏที่ ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม คาตาลัน Chistorra, Spain ไส้กรอกจากอารากอน มักปรุงโดยวิธีการอบ ทอด หรือ ย่าง ประกอบด้วย หมูบด กระเทียม เครื่องเทศ ปาปริกา Chorizo, Spain ทำจากหมู ไขมันหมู ปาปริการมควัน กระเทียม สมุนไพร มีทั้งแบบรมควันและไม่รมควัน Morcilla, Spain มีหลากหลายประเภท ทำมาจากเลือดหมู ไขมัน ข้าว หอมหัวใหญ่ เกลือ ทำออกมาเป็น 2 รูปร่าง ได้แก่ ทรงกระบอกและ ทรงแหลม Botillo, Spain ทำมาจากไส้หมู ปรากฏในเมืองลีออนของสเปน ถ้าเป็นอาหารพื้นเมืองจะทำมาจากชิ้นส่วนที่ไม่ใช้แล้วของหมู เช่น หาง ลิ้น หน้า ซี่โครง Alheira, Portugal เป็นหนึ่งในไส้กรอกของโปรตุเกต ทำมาจากหมู กับขนมปัง และกระเทียมเพราะ alho แปลว่ากระเทียมLlandjager, Switzerland เป็นไส้กรอกกึ่งแห้ง เป็นอาหารพื้นเมืองมาจาก ทางใต้ของเยอรมัน ออสเตรีย มักนำมารับประทานเล่นเป็นขนมระหว่างทำกิจกรรม เช่น ปีนเขา เมื่อก่อนเป็นอาหารของทหาร เพราะสามารถเก็บได้แม้ไม่มีตู้เย็น Cervelet, Switzerland รสชาติของไส้กรอกจะขึ้นอยู่กับท้องถิ่นที่ทำ คล้าย แฟรงเฟรต แต่มีรสของการรมควัน ไส้ที่ใช้จะเป็นไส้จากธรรมชาติ Sopressa, Italy คล้ายซาลามี่ มาจากทางใต้ของอิตาลี เมือง วิเซนซา Drisheen, Ireland เป็นไส้กรอกเลือด ทำมาจากการผสมกันของเลือดหมูกับเลือดวัว หรือเลือดแกะ นม เกลือ ไขมัน ปรุงให้สุกโดยการต้ม White Pudding, Ireland เป็นจานเนื้อที่เป็นที่นิยมในไอร์แลนด์ ทำมาจาก เนื้อหมู ไขมัน ขนมปัง ข้าวโอ๊ต Loukaniko, Greece เป็นภาษากรีซแปลว่า ไส้กรอกหมู แต่ในภาษาอังกฤษหมายถึง ไส้กรอกกรีซ ซึ่งมีรสชาติของเปลือกส้ม สมุนไพรต่างๆ อบแห้ง บางครั้งทำเป็นรมควัน Sucuk, Turkey เป็นไส้กรอกแห้ง และมีรสชาติเผ็ด ทำมาจากเนื้อวัวหรือแกะ
แถบแอฟริกา (Kapadia, 2016)

Merguez, Tunisia เป็นไส้กรอกสีแดง ส่วนผสมคือ เนื้อแกะ เนื้อวัว พริก เป็นไส้กรอกสด เป็นอาหารจากทางเหนือของแอฟริกา เป็นที่นิยมในตะวันออกกลางและยุโรป มักทำเป็นแซนวิชรรับประทานคู่กับมันฝรั่งทอด Boerewors, South Africa มาจากภาษาแอฟริกา เป็นอาหารพื้นเมืองที่เก่าแก่ของเนเธอแลนด์ เรียกว่า verseworst

แถบอเมริกาเหนือ (Kapadia, 2016)
Moronga, Cuba เป็นไส้กรอกเลือด เสิร์ฟกับซอส (พริกแดงหรือพริกเขียว) ในเม็กซิโก ใช้เป็นไส้ทาโก้ Chorizo, Mexico ทำมาจากหมูบดแต่ใช้เครื่องปรุงคนละอย่างกับของสเปน Baloney, USA ในยุโรปเรียกว่า Lyoner ใช้เนื้อบด (หมู ไก่ ไก่งวง วัว) สมุนไพร พริก Goetta, USA มาจากเยอรมัน ทำมาจากเนื้อบด (หมู วัว) ข้าวโอ๊ต พริก Pepperoni, USA เป็นหนึ่งในซาลามี ใช้เป็นตัวหน้าพิซซ่า ใช้เป็นไส้ของ Pepperoni roll ที่ West Virginia และใช้เป็นแซนวิช

แถบอเมริกาใต้ (Kapadia, 2016)
Longaniza, Argentina เป็นไส้กรอกที่มีความยาวมากๆ รับประทานเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยหรือรับประทานเป็นแซนวิช Chourico doce, Brazil เป็นไส้กรอกเลือดที่ทำมาจากเลือดหมู น้ำตาลทรายแดง น้ำผึ้ง พริก และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือาจจะใช้ถั่วอัลมอน ใช้เวลาในการทำประมาณ 6 ชั่วโมง มักใช้เป็นจานหลักในวันคริสมาส Linguica Calabresa, Brazil เป็นไส้กรอกหมูรมควัน ปรุงรสด้วยกระเทียมและปาปริกา เป็นไส้กรอกที่ได้รับความนิยม เสิร์ฟในพิซซ่า และไข่สไลด์ Butifarra Soleñas, Colombia ทำมาจากหมูบดหรือเนื้อวัวบดผสมด้วยพริก เกลือ พริกไทย ตัดให้เป็นชิ้นๆจากนั้นนำไปต้ม

แถบโอเชียเนีย (Kapadia, 2016)
Snags, Australia เป็นอาหารพื้นเมืองของออสเตรเลียทำมาจากเนื้อวัว เนื้อหมู ไก่ หรืออาจจะใช้เนื้อจิงโจ้ Bangers, New Zealand เป็นอาหารพื้นเมืองของนิวซีแลนด์ มักจะใช้เนื้อวัวบด เนื้อแกะ

Opportunity to get money at ufa


Singapore Noodles Recipe

Complete with shrimp and roast pork, this simple and satisfying Singapore noodle stir fry comes together in a matter of minutes.

Singapore Noodles Recipe

It’s not entirely clear where Singapore noodles—the stir-fried curried rice noodles with shrimp, pork, and vegetables—come from, though it’s unlikely Singapore is the source. Regardless, they’re a stir-fry classic, and are easy to make at home. Here’s what you need to know, from how to choose the right rice noodles to how to make the stir-fry work on a home burner.

Why It Works

  • Cooking the stir-fry in batches allows the wok to maintain high heat even over lower-power home burners.
  • Seasoning the shrimp, pork, and vegetables with curry first, and then the noodles second, ensures all ingredients are well seasoned.

Ingredientsc Singapore noodles
1/4 pound shrimp, shelled, deveined, and rinsed under cold water
2 tablespoons plus 4 teaspoons canola or vegetable oil, divided
2 1/2 teaspoons Asian fish sauce, divided
1 bundle (about 5 1/2 ounces) dried rice stick noodles (see note)
2 medium cloves garlic, minced
1 teaspoon soy sauce
1 teaspoon Shaoxing wine
1/4 teaspoon ground white pepper
1/4 teaspoon sugar
2 eggs, beaten with two pinches kosher salt
1/4 pound Chinese roast pork (char siu) or ham, cut into thin strips
1/4 medium onion, very thinly sliced
1/2 medium red bell pepper, stemmed, seeded and julienned
12 snow peas, stemmed, tough strings removed, and slice thinly on the bias
1/2 medium carrot, julienned
1 tablespoon curry powder, divided
Kosher salt
2 scallions, sliced very thinly on the bias
2 teaspoons toasted sesame oil

Directions
1.
Pat shrimp dry with paper towels and place in a small bowl. Add 1 teaspoon canola oil and 1/2 teaspoon fish sauce. Mix well and set aside in the refrigerator.

2.
Place rice noodles in a large bowl and cover with boiling water. Let stand for 5 minutes. Drain noodles in a colander, rinse with cold running water, then drain until dry. Using scissors, cut the bundle of noodles in half.

3.
Place garlic in a small bowl and add soy sauce, Shaoxing wine, white pepper, sugar, and remaining 2 teaspoons fish sauce. Mix well and set sauce aside.

4.
Heat 1 teaspoon canola oil in a wok or nonstick skillet over high heat, tilting to swirl oil, until smoking. Add eggs and let cook undisturbed for about 10 second, then gently move the eggs back and forth with a spatula until they start to firm up. Break the eggs into small pieces, then set aside in a large bowl.

Opportunity to get money at ufa


ประวัติอาหารจีน อันฮุย ใครชอบอาหารจีนต้องอ่าน!!

วัฒนธรรมการกินของจีน : อาศรมสยาม-จีนวิทยา

ประวัติอาหารจีน อันฮุย พร้อมประโยชน์มากมาย

จีนมีพื้นที่กว้างใหญ่ ชนชาติ ประเพณีความเคยชินและอาหารการกินมีความแตกต่างกันตามพื้นที่ ด้วยเหตุนี้ ท่ามกลางกระบวนการพัฒนาของพื้นที่ต่างๆ ในจีน ก็ได้พัฒนาไปเป็นเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตนของอาหารแต่ละท้องถิ่น ในปัจจุบันอาหารจีนจำแนกออกเป็น 8 กลุ่มใหญ่ๆ อันได้แก่ อาหารกวางตุ้ง อาหารซานตง อาหารเสฉวน อาหารหูหนาน อาหารฮกเกี้ยน อาหารเจียงซู อาหารเจ้อเจียง และอาหารอันฮุย วันนี้เราจะมาแนะนำอาหารอันฮุยให้ท่านผู้ฟังทราบ

อาหาร อันฮุย มีขึ้นในสมัยราชวงศ์หนานซ่ง เนื่องจากนักธุรกิจอันฮุยได้รับโอกาสพัฒนาก้าวหน้าดีในสมัยราชวงศ์หมิงและสมัยราชวงศ์ชิง อาหารอันฮุยจึงได้รับการพัฒนาปรับปรุงด้วยกัน และได้แพร่หลายไปที่มณฑลเจียงซู มณฑลเจ้อเจียง มณฑลฮกเกี้ยน ตลอดจนเขตแม่น้ำแยงซีเกียงตอนกลางและตอนปลาย จนได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งของอาหาร 8 กลุ่มในสมัยราชวงศ์หมิงและสมัยราชวงศ์ชิง หลังจากนั้น อาหารอันฮุยยังได้รับการพัฒนาต่อไป อำเภอจีซีของมณฑลอันฮุยได้รับการขนามนามว่าเป็น “หมู่บ้านแห่งอาหารอันฮุย” ของจีน และได้จัดกิจกรรม “เทศกาลอาหารอันฮุยนานาชาติ” ทุกปีด้วย

ลักษณะพิเศษของอาหารอันฮุยคือใช้วิธีการต้ม ตุ๋นและนึ่งเป็นหลัก เน้นสีของอาหาร และเน้นการใช้ไฟในการทำอาหาร

การก่อตัวขึ้นของอาหารอันฮุยได้รับอิทธิพลจากดินฟ้าอากาศ ผสมผสานกันเป็นประเพณีอาหารการกินและวัฒนธรรมของมณฑลอันฮุย มณฑลอันฮุยมีอากาศสบาย มีต้นไม้เขียว อากาศไม่หนาวมากและก็ไม่ร้อนมาก แต่มีความแตกต่างกันตาม 4 ฤดู ปริมาณฝนก็เหมาะสมพอดี ไม่มีฝนมากแต่ก็ไม่แห้งแล้ง ได้สนองวัตถุดิบมากมายให้กับการทำอาหารอันฮุย ซึ่งเป็นหลักประกันที่ดีต่อการทำอาหารอันฮุย มณฑลอันฮุยมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ มีการใช้ใบชา หน่อไม้ เห็ดหอม เห็ดหูหนู เกาลัด มันฝรั่ง ตะพาบน้ำ และปลาแม่น้ำหลากหลายมาเป็นส่วนประกอบในการทำอาหาร ช่วยให้อาหารอันฮุยมีความหลากสีสันและราชาติมากยิ่งขึ้น

ลุยจีนกินของอร่อย อาหารฮุยโจว

นอกจากนี้ วัฒนธรรมด้านอาหารการกินที่หลากหลายก็ส่งเสริมการก่อตัวและแพร่กระจายของอาหารอันฮุยด้วย ใน อำเภอจีซี ของ มณฑลอันฮุย ในงานเลี้ยงของชาวบ้าน จะมี 6 จานใหญ่ และจานขนมเล็ก 10 จาน

การทำ อาหารอันฮุย ใช้วิธีการต้ม ตุ๋นและนึ่งเป็นหลักนั้น ก็เพราะว่ามณฑลอันฮุยมีภูเขามีแม่น้ำ จึงมี อาหารป่า มากมายเหมาะที่จะใช้เป็นวัตถุดิบการทำอาหาร การต้ม ตุ๋นและนึ่งต้องการวัตถุดิบที่มีความสด ซึ่งเมื่อมีวัตถุดิบที่สดแล้ว จึงจะสามารถแสดงลักษณะพิเศษของวิธีการทำอาหารเหล่านี้ให้ได้ผลดีที่สุด

การควบคุมไฟได้ดีก็เป็นลักษณะพิเศษที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งของอาหารอันฮุย การทำอาหาร อันฮุย ได้ใช้ไฟแรง ไฟกลางและไฟอ่อน 3 อย่าง ซึ่งขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่เลือกมา วัตถุดิบที่แต่กต่างกันจะเลือกใช้วิธีการควบคุมไฟต่างกัน มีการใช้ไม้เป็นเชื้อเพลิง และก็มีการใช้ถ่านเป็นเชื้อเพลิง แม้ว่าใช้ถ่านเป็นเชื้อเพลิงเช่นกัน แต่ก็มีการใช้ไฟแรงและใช้ไฟอ่อนตามวิธีการทำอาหารด้วย อาหารอันฮุยจานที่เป็น สัญลักษณ์ แสดงให้เห็นถึง วิธีการควบคุมไฟ ที่ดีที่สุดก็คือ “แกงไก่และขาหมู” ใช้ถ่านไม้ตุ๋นขาหมูด้วยไฟอ่อนก่อน ตุ๋นจนน้ำแกงเป็นสีขาวมีรสเข้มข้น จึงใส่ไก่ ที่ได้ลวกน้ำร้อน แล้วลงตุ๋นด้วยกัน หลังจากนั้น ใส่หน่อไม้ เห็ดหอม น้ำตาลและเกลือ ก็จะได้ แกงที่มีรสเข้มข้น และ หอมอร่อย เป็นพิเศษของขาหมูและ ไก่ที่ผสมอยู่ด้วยกัน

มณฑลอันฮุยมีการปลูกหน่อไม้ ตอนต้นฤดูใบไม้ผลิทุกปี จะเป็นช่วงที่เก็บหน่อไม้อ่อน ซึ่งเป็นหน่อไม้เล็กๆ ที่มีขนาดเท่ากับ ตะเกียบ เมื่อเก็บหน่อไม้มาแล้ว ก็ใช้น้ำร้อนต้ม แล้วนำไปแช่ในน้ำเย็น หลังจากนั้นเอาออกมาหั่นเป็นชิ้นๆ ใส่เครื่องปรุง แล้วผัดด้วยไฟแรง สักครู่ก็ได้หน่อไม้จานอร่อย

นอกจากห น่อไม้ผั ดจะเป็นอาหารจานอร่อยแล้ว ยังเป็นวัตถุดิบที่ช่วยเสริมให้อาหารจานอื่นมีรสอร่อยยิ่งขึ้นด้วย อาหารที่นิยมกินใน ฤดูหนาว ซึ่งมีชื่อเสียงที่สุดอย่างหนึ่งของอาหารอันฮุยชื่อว่า “หม้อร้อนรสเลิศอี้ผิ่นกัว” อาหารจานนี้ได้วางหน่อไม้ในหม้อก่อนนับเป็นชั่นที่หนึ่ง แล้วใส่เนื้อประเภทต่างๆ เป็นชั้นที่สอง ใส่เต้าหู้ในชั้นที่สาม ลูกชิ้นในชั้นที่สี่ วุ้นเส้นในชั้นที่ห้า ชั้นบนเป็นผักปวยเล้ง เติมน้ำและเครื่องปรุง ใช้ไฟอ่อนค่อยๆ ตุ๋น เมื่อสุกแล้วก็เริ่มรับประทานได้ ซึ่งทานเป็นชั้นๆ ได้สนุกดี

ฮุยไช่ – อาหารมณฑลอันฮุย มีเหอเฟย์เป็นเมืองเอก
อาหารอันฮุยมีต้นกำเนิดมาจากบริเวณเขาหวงซาน (Yellow Mountain) ลักษณะเด่นคือการใช้วัตถุดิบจากป่าเขาทั้งพืชผักสมุนไพร และสัตว์ป่าอย่างกบ กุ้ง และตะพาบ เน้นการต้มและตุ๋น อาหารอันฮุยมีรสชาติและสีสันหลากหลายจากสภาพแวดล้อมอันอุดมสมบูรณ์ เมนูเด็ดคือเกี๊ยวไข่ เต้าหู้เหม็น ช็อพสุย (Chop Suey) และซุปสมุนไพร

นอกจากหน่อไม้แล้ว เห็ดหอมก็เป็นสิ่งที่ขาดเสียมิได้ในการทำ อาหารอันฮุย ภูเขาในมณฑลอันฮุยเหมาะที่ ปลูกเห็ดหอม จึงทำให้เห็ดหอมเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของอาหารอันฮุย เกาลัดผัดเห็ดหอม เป็นอาหารอันฮุยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอย่างหนึ่ง หั่นเห็ดหอมเป็นชิ้นๆ เอามีด เฉือนเปลือกเกาลัด ให้แตกแล้วใส่เข้าไปในหม้อน้ำต้มเวลาประมาณ 1 นาที หลังจากนั้น แกะเปลือกและเยื่อออกไป เอาเนื้อเกาลัดหั่นเป็นชิ้นๆ รอกระทะร้อนก็ใส่น้ำมันเข้าไป แล้วใส่เห็ดหอม เกาลัดเข้าไปด้วยกันผัดให้สุก ใส่ซีอิ๊ว น้ำตาล รอจนเดือดปรับไฟให้เป็นไฟอ่อนต้มอีก 3 นาที แล้วเปลี่ยนใช้ไฟแรง ก็รับประทานได้แล้ว ufa 

นอกจากอาหารเหล่านี้แล้ว อาหารอันฮุยที่มีชื่อเสียงและอร่อยเป็นพิเศษยังมีมากมาย อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าอาหารประเภทไหน วัตถุดิบ ฝีมือการหั่น วิธีปรุง การใช้ไฟล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดเสียมิได้ในการปรุงอาหารทุกอย่าง ซึ่งมีแต่ให้ความสำคัญต่อปัจจัยเหล่านี้แล้ว จึงจะปรุงอาหารที่อร่อยได้รับความนิยมชื่นชอบได้

 


รีวิวคาเฟ่สัตว์น่ารักๆ ใครรักสัตว์ต้องไปหน่อยแล้ว มอม้า ฟาร์ม & คาเฟ่ จังหวัดกาจนบุรี

ReviewKanchanaburi Instagram posts (photos and videos) - Picuki.com

รีวิว มอม้า ฟาร์ม & คาเฟ่ - กาญจนบุรี - ฟาร์มเปิดใหม่ - Wongnai

มอม้า ฟาร์ม & คาเฟ่ จังหวัดกาจนบุรี
ร้านคาเฟ่สไตล์โรงนา ให้บรรยากาศออกแนวคันทรี่ ที่มีทั้งในส่วนที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มอร่อย ๆ แต่ละมุมของร้านตกแต่งน่ารัก เน้นโทนสีขาว ดูแล้วโปร่งโล่งสบายตา เมื่อออกมายังด้านนอกตัวร้าน มีพื้นที่กว้างขวาง เรียกว่าเดินเล่นได้อย่างชิล ๆ มาในส่วนของน้องสัตว์ต่าง ๆ ทางร้านก็แบ่งโซนเอาไว้อย่างชัดเจน ไม่แออัด เราจะเห็นเหล่าบรรดาเด็กตัวน้อย ๆ คอยให้อาหารกันอย่างน่ารักน่าเอ็นดู กลายเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดี ๆ เอาไว้ทำร่วมกันกับครอบครัว เด็กเที่ยวได้ ผู้ใหญ่เที่ยวดี มาแล้วถูกใจ

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น. (หยุดวันพุธ)
ที่อยู่ : ตำบลวังขนาย อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี
เบอร์โทรศัพท์ : 095 558 8388
เฟซบุ๊ก : มอม้า ฟาร์ม & คาเฟ่ – กาญจนบุรี ufa 

 


สไตล์การตกแต่งร้านกาแฟ แบบTostado

แบบร้านกาแฟ

แบบร้านกาแฟ Tostado
แบบร้านกาแฟสดที่ถึงแม้จะใช้โทนที่ค่อนข้างมืดอย่างสีน้ำตาล แต่ภายในกลับดูไม่คับแคบเนื่องจากรอบร้านใช้กระจกใสบานใหญ่ จึงมีแสงสว่างจากภายนอกเข้ามา การตกแต่งจะใช้โทนสีน้ำตาล-ดำเพื่อสื่อถึงกาแฟ เพิ่มความอบอุ่นและบรรยากาศที่น่านั่งด้วยแสงไฟและไม้ ufabet 


รีวิวคาเฟ่พัทยา ที่ใครไปต้องห้ามพลาด Spa Cafe : Salus Per Alimentum

theTripPacker - สังคมของคนรักการท่องเที่ยว

Spa Cafe : Salus Per Alimentum คาเฟ่พัทยาท่ามกลางสวนร่มรื่นเขียวขจี ตัวร้านมีกระจกใสโดยรอบ แบ่งเป็น 2 โซน คือ โซนภายในห้องแอร์บรรยากาศอบอุ่นเหมือนบ้านญาติ และโซนด้านนอกล้อมรอบด้วยสวน มีบ่อปลาคาร์พ ใครที่เบื่อกาแฟแบบเดิม ๆ ขอนำเสนอกาแฟซิกเนเจอร์คือ Freshpresso น้ำส้มสกัดสดผสมกาแฟเอสเพรสโซ่ อุดมไปด้วยวิตามินซี เข้ากันดีกับบลูเบอร์รีชีสเค้ก หรือเค้กโฮมเมดตามชอบ รวมทั้งยังมีอาหารจานเดียวอย่างเช่น ข้าวผัดต้มยำทะเลไข่ฟู แซลมอนย่างกับเลมอนครีมซอส และอาหารกินเล่น เช่น ไก่ทอดสมุนไพร มันฝรั่งอบชีส เป็นต้น

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-24.00 น.
ที่อยู่ : ตำบลนาเกลือ เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
เบอร์โทรศัพท์ : 095 949 7132
เฟซบุ๊ก : Spa Cafe : Salus Per Alimentum ufabet 


รีวิวคาเฟ่ ธีมเดอะบีชเก๋ๆ กับร้าน Austin Cafe จังหหวัดชลบุรี

รีวิว Austin Cafe - คาเฟ่วิวทะเล - Wongnai

Austin Cafe จังหหวัดชลบุรี ร้านอาหารและคาเฟ่ติดริมทะเลใกล้กับตลาดอ่างศิลา วิวสวย ผ่อนคลาย ชวนชิลไปกับการตกแต่งในแบบโคสตัล ผสมผสานกับการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น มีทั้งมุมหาดทราย และสนามหญ้าให้ได้นั่งชมท้องทะเล ไปพร้อม ๆ กับกาแฟ เครื่องดื่มเย็นฉ่ำใจ ขนมหวานละมุน อาหารอร่อย ๆ หลากหลายเมนู

ที่ตั้ง : ถนนเสม็ด-อ่างศิลา ซอย 30 อำเภอเมืองชลบุรี
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.
เฟซบุ๊ก : Austin Cafe ufabet 


รีวิวคาเฟ่สุดเก๋ จะนั่งทำงานหรือไปทานขนมชิวๆก็ได้ ที่ร้าน Suneka Café

Khun🤔NaY (@tpolprom) | Twitter

Suneka Café ร้านคาเฟ่สไตล์ลอฟท์ย่านพระราม 2 ที่มีบริการ co-working space เอาไว้เป็นพื้นที่ประชุม นั่งทำงาน หรือจะอ่านหนังสือ ติวหนังสือ ก็สะดวกดีไม่น้อย หรือหิว ๆ อยากดื่มหรือกินอะไร ทางร้านก็มีให้เลือกครบครันทั้งคาวและหวาน เช่น ลาเต้ร้อน, มัทฉะลาเต้เย็น, โกโก้เย็น, เจอร์รี่ชีสเค้ก, มิกซ์เบอร์รีชีสพาย, เค้กมะพร้าว, บราวนี่, วาฟเฟิล และเค้กกล้วยหอม เป็นต้น น่าจะเป็นอีกหนึ่งร้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่ชอบฟีลร้านแบบสบาย ๆ ง่าย ๆ และเป็นกันเอง

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 07.00-20.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. (เฉพาะวันจันทร์ปิด 18.00 น.)
ที่อยู่ : ซอยท่าข้าม 7 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ
เบอร์โทรศัพท์ : 085 875 8710
เฟซบุ๊ก : Suneka Café ufabet 


รีวิวคาเฟ่น่าเที่ยว “เชียงใหม่” ร้านกาแฟฮ่อมดอย & อาร์ตแกลเลอรี่ แห่งขุนเขา แม่กำปอง

ร้านกาแฟแม่กำปอง เชียงใหม่

ร้านกาแฟฮ่อมดอย & อาร์ตแกลเลอรี่ แห่งขุนเขา แม่กำปอง ร้านกาแฟบรรยากาศธรรมชาติในหมู่บ้านแม่กำปอง เป็นอีกหนึ่งร้านกาแฟที่คุณจะได้พักผ่อนสายตาไปกับธรรมชาติอยู่รายล้อม และพร้อมจะสร้างความชิลให้คุณได้ทุกเมื่อ แถมยังได้นั่งฟังเสียงธารน้ำไหล ที่ไม่ว่าใครก็ต้องร้องว้าว !!! ออกมาดัง ๆ ภายในร้านมีทั้งเมนูขนมและเครื่องดื่มมากมาย ทั้งกาแฟรสละมุน สั่งมากินคู่กับซาโมซ่ากล้วยหอม รสชาติหวานกำลังดี มีที่ถ่ายรูปหลาย ๆ โซน และมีปลาคาร์พเอาไว้ให้คุณได้นั่งดูกันเพลิน ๆ อีกด้วย

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. (หยุดวันอังคาร)
ที่อยู่ : ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์ : 083 091 4758
เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก ร้านกาแฟฮ่อมดอย & อาร์ตแกลเลอรี่ แห่งขุนเขา แม่กำปอ ufabet