Monthly Archives: ตุลาคม 2020

ขนมดอกอัญชัน พร้อมสูตรและวิธีทำ

ส่วนผสม ขนมดอกอัญชัน
-แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม
-แป้งมัน 20 กรัม
-น้ำปูนใส ช้อนโต๊ะ
-น้ำอัญชันคั้นสด 2 ช้อนโต๊ะ
-น้ำเชื่อม 2 ช้อนโต๊ะ
-หน้ากะทิ ประกอบด้วย
-แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม
-แป้งมัน 15 กรัม
-น้ำเชื่อม 2 ช้อนโต๊ะ
-หัวกะทิ 1/2 ถ้วย
-เกลือ 1/4 ช้อนชา
-ลูกเกด 1 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ ขนมดอกอัญชัน
1.นำส่วนผสมส่วนแรกมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วเทลงพิมพ์นึ่ง ครึ่งถ้วย
2.นำไปนึ่งจนสุก แล้วยกขึ้นพักไว้
3.หน้ากะทิ นำส่วนผสมเทรวมกัน แล้วนำไปกวนให้สุก พอข้น ใส่ถุงพาสติก ตัดก้นถุงแล้วนำมาบีบลงบนหน้าขนม ตกแต่งให้สวยงามด้วยลูกเกด

 


ขนมดอกโสน พร้อมสูตรและวิธีทำ

ส่วนผสม ขนมดอกโสน
-ดอกโสนเด็ดก้าน 3 ขีด
-แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
-เกลือ 1 1/2 ช้อนชา
-มะพร้าวน้ำหอม 1/3 ถ้วย
-เนื้อมะพร้าวขูด 1 ถ้วย
-น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
-งาดำป่น 1 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ ขนมดอกโสน
1.เด็ดดอกโสน ล้างให้สะอาด ผึ่งไว้
2.นำแป้งข้าวเจ้าเทลงถาด ใช้น้ำมะพร้าวลงเคล้ากับแป้งอย่าให้แฉะ จากนั้นนำดอกโสนมาเคล้าใส่เกลือเล็กน้อย จากนั้นนำไปนึ่งประมาณ 10 นาที
3.จากนั้นนำมะพร้าวอ่อนใส่ลงในแป้ง นึ่งต่อไป ใช้ช้อนเขี่ยดูว่าแป้งสุกก็ปิดเตา นำน้ำตาล เกลือ งาดำผสมกันไว้ราดบนขนม


มะระตุ๋นเกี่ยมฉ่ายและเต้าซี่เจ พร้อมสูตร

ส่วนผสม มะระตุ๋นเกี่ยมฉ่ายและเต้าซี่เจ
• น้ำเปล่า
• ผักกาดดอง
• น้ำมันพืช
• เต้าหู้ 1 ก้อน
• เห็ดหอม
• เห็ดออรินจิ
• มะระ
• เต้าซี่
• ซีอิ๊วขาว
• ผงปรุงรสเห็ดหอม

วิธีทำ มะระตุ๋นเกี่ยมฉ่ายและเต้าซี่เจ
1. ตั้งน้ำเปล่าให้เดือด ใส่ผักกาดดองลงต้ม และตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน ใส่เต้าหู้ลงทอดให้เหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน
3. ใส่เห็ดหอมลงผัดให้หอม ตักขึ้นพักไว้
4. ใส่เห็ดออรินจิลงผัดให้สุก ตักขึ้นพักไว้
5. ใส่ผักกาดดองลงไปผัด ตามด้วยเต้าหู้ทอด เห็ดหอม และเห็ดออรินจิ ใส่เต้าซี่ เติมน้ำเปล่าพอท่วม ต้มไปเรื่อย ๆ
6. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชให้ร้อน ใส่มะระลงไปผัดจนสุก ตักลงไปผสมกับผักกาดดองที่ต้มรอไว้ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและผงปรุงรสเห็ดหอม ต้มต่ออีกประมาณ 30 นาที ตักใส่ภาชนะ พร้อมเสิร์ฟ


แกงเห็ดขอนผักหวานป่าเจ พร้อมสูตรและวิธีทำ

ส่วนผสม แกงเห็ดขอนผักหวานป่าเจ
• กระชายทุบพอแตก 2 ชิ้น
• เครื่องแกงเผ็ดเจ
• เกลือ
• เห็ดขอน
• ผักหวาน
• ผงปรุงรสเจ

วิธีทำ แกงเห็ดขอนผักหวานป่าเจ
1. ตั้งน้ำให้เดือดใส่กระชาย ตามด้วยเครื่องแกงเผ็ดเจนิดหน่อย ปรุงรสด้วยเกลือและผงปรุงรสเจ ต้มจนเดือด
2. พอน้ำเดือดใส่เห็ด ต้มจนเดือดอีกครั้ง ใส่ผักหวาน พอผักสลด ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ


คะน้าหมูกรอบเจ พร้อมสูตรและวิธีทำ

ส่วนผสม คะน้าหมูกรอบเจ
• คะน้า (หั่นท่อน)
• หมูกรอบเจ
• เต้าเจี้ยว
• เห็ดหอม (แช่น้ำจนนิ่ม หั่นเป็นเส้น ๆ)
• พริกขี้หนูทุบ
• น้ำตาลทราย
• น้ำเปล่าเล็กน้อย

วิธีทำ คะน้าหมูกรอบเจ
1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชลงไป เจียวเห็ดหอม เปิดไฟแรง แล้วใส่คะน้าและพริกขี้หนูทุบลงไปผัด
2. ปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยวและน้ำตาลทราย พอผักสลด ปิดไฟ ยกลง ตักใส่จาน โรยด้วยหมูกรอบเครื่องแกง พร้อมเสิร์ฟ


กะหล่ำปลีผัดน้ำปลาเจ กลิ่นหอมชวนทาน พร้อมสูตร

ส่วนผสม กะหล่ำปลีผัดน้ำปลาเจ
• กะหล่ำปลีฉีกเป็นชิ้น (เล็กใหญ่ตามชอบ)
• เห็ดหอมแช่น้ำจนนิ่ม หั่นเป็นเส้น ๆ
• ซีอิ๊วขาว
• น้ำมันพืช

วิธีทำ กะหล่ำปลีผัดน้ำปลาเจ
1. ตั้งกระทะด้วยไฟแรง ใส่น้ำมันพืชลงไป เจียวเห็ดหอมให้หอม
2. ใส่กะหล่ำปลีลงไป (ไม่ต้องรีบคลุกทิ้งไว้สักครู่) จากนั้นค่อย ๆ ผัดกะหล่ำปลีให้สุกเกือบทั่ว นำมารวมตรงกลางกระทะ
3. เหยาะซีอิ๊วขาวบริเวณด้านข้างกระทะ รอสักครู่จะได้กลิ่นไหม้เบา ๆ ของซีอิ๊ว (ไม่ต้องรีบคลุกรอสักครู่ค่อยผัด) โดยนำกะหล่ำปลีไปถู ๆ กับขอบกระทะที่เราเหยาะซีอิ๊วไปเมื่อสักครู่ พอสุกทั่วปิดไฟ ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ


กานาฉ่ายเจ พร้อมสูตรและวิธีทำ

ส่วนผสม กานาฉ่ายเจ
• ผักกาดดอง 500 กรัม
• ลูกสมอ 10 ลูก
• น้ำมันพืช 1/2 ถ้วย
• น้ำตาลทราย 200 กรัม
• เกลือป่นเล็กน้อย (ถ้าผักกาดดองเค็มอยู่แล้วไม่ต้องใส่เกลือ)
• น้ำเปล่า

วิธีทำ กานาฉ่ายเจ
1. ซอยผักกาดดองให้ละเอียด จากนั้นนำไปล้างให้สะอาด บีบน้ำให้แห้ง เตรียมไว้
2. ใส่ผักกาดดองซอยลงในหม้อ ตามด้วยลูกสมอหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงไปพร้อมเม็ด น้ำมันพืช น้ำตาลทราย และเกลือป่น (ระวังอย่าใส่เกลือมากเพราะผักกาดดองจะเค็มอยู่แล้ว) นำขึ้นตั้งไฟกลางอ่อนผัดจนส่วนผสมแห้ง
3. เติมน้ำเปล่าลงไปพอท่วมส่วนผสมแล้วเคี่ยวต่อจนแห้งและส่วนผสมเข้ากันเป็นเนื้อเดียว ประมาณ 30-60 นาที
4. พอส่วนผสมแห้งดีแล้วตักใส่ภาชนะที่สะอาดและมีฝาปิด สามารถเก็บไว้ได้ถึง 1 เดือน


มาม่าผัดขี้เมาเจ เมนูเพื่อสุขภาพ พร้อมสูตร

ส่วนผสม มาม่าผัดขี้เมาเจ
• บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 2 ห่อ
• เต้าหู้แข็ง (หั่นเป็นชิ้นเล็ก) 1/2 ก้อน
• เห็ดหอม (แช่น้ำสับละเอียด) 3 ดอก
• พริกขี้หนูสวน (ทุบพอแตก) 1 ช้อนโต๊ะ
• กะหล่ำปลี (หั่นเป็นชิ้น) 1 ถ้วย
• ข้าวโพดอ่อน (หั่นเป็นชิ้น) 4 ดอก
• เห็ดหูหนูดำ (หั่นเป็นเส้น) 3 ช้อนโต๊ะ
• พริกชี้ฟ้า (หั่นเป็นเส้น) 1 เม็ด
• พริกไทยอ่อน 5 ช่อ
• ซอสแม็กกี้ 4 ช้อนโต๊ะ
• ใบกะเพรา 1 ถ้วยตวง
• น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

วิธีทำ มาม่าผัดขี้เมาเจ
1. ลวกเส้นมาม่าจนสุกพอคลายตัว ตักขึ้นสะเด็ดน้ำแล้วใส่น้ำมันพืชลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ เคล้าให้เข้ากัน เตรียมไว้
2. ใส่น้ำมันลงในกระทะ ใช้ไฟกลางค่อนข้างแรง ใส่เต้าหู้ลงทอดและเห็ดหอม ทอดพอเหลือง ตักใส่จาน เตรียมไว้
3. เทน้ำมันจากการทอดเต้าหู้ออกให้เหลือแค่พอขลุกขลิกแล้วลดไฟลง ใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน แล้วใส่พริกขี้หนูลงไปผัด จากนั้นใส่กะหล่ำปลี ข้าวโพดอ่อน และเห็ดหูหนูดำลงไปผัด
4. ปรุงรสด้วยซอสแม็กกี้ 2 ช้อนโต๊ะ ผัดจนเริ่มมีกลิ่นหอม ใส่เส้นมาม่าลงไปผัด ใส่ซอสแม็กกี้ที่เหลือ ตามด้วยน้ำตาลทรายผัดให้เข้ากัน
5. สุดท้ายใส่พริกไทยสด พริกชี้ฟ้าแดง และใบกะเพรา จากนั้นเปิดไฟแรงขึ้น แล้วรีบผัดจนเข้ากัน ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

 


รีวิว Charin Pie (จริณพาย) นิมมานเหมินทร์ซอย 17

เดินอยู่ดึกๆในนิมมาน Charin Pie (จริณพาย) นิมมานเหมินทร์ซอย 17
หิว อยากทานของหวาน
แนะนำมาร้านนี้เลยค่ะ

มีเค้กให้เลือกหลายรสมาก
พายเผือก มะนาว มะม่วง
ช็อคโกแลต ฟักทอง บลูเบอรี่
apple crumble
สั่งเป็นพายมะพร้าวอ่อน(80฿)
ได้ชิ้นใหญ่มาก ตัวพายแป้งบาง ครีมเน้นๆ
มะพร้าวอ่อนเต็มคำ
หวานลงตัวกำลังดี
เนื้อพายเป็นแบบtextureนิ่มๆ อารมณ์เค้กไทย
ไม่ใช่แนวพายฝรั่งเศษ

อันนี้แถมๆ ><สตรอว์เบอร์รี่ ชีสสสสสเค้ก

รีวิว Beast Burger (บีสท์เบอร์เกอร์)

รีวิว Beast Burger ร้านนี้เพื่อนรีเควส เลยจัดให้ตามคำขอ ใครมาร้านนี้ช่วงค่ำ โดยเฉพาะถ้ามากันเป็นกลุ่มใหญ่ แนะนำให้ขึ้นไปนั่งชิลด้านบน บริเวณที่นั่ง outdoor นั่งสบายเชียวค่ะ
ช่วงที่เราแวะไป เป็นเวลา 2 ทุ่ม ที่นั่งด้านล่างในห้องแอร์เต็มทุกโต๊ะ ขนาดเป็นวันธรรมดานะเนี่ย
บรรยากาศร้านเป็นแบบแคชวล ไม่มีเซอร์วิจที่โต๊ะนะคะ ลูกค้าต้องเดินไปสั่งอาหาร, จ่ายตังค์, และรับอาหารเองที่เคาน์เตอร์ด้านหน้า โดยพนักงานจะยื่น beeper ให้เมื่ออาหารพร้อม ซึ่งใช้เวลารอไม่นานนัก
เมนูที่ร้านจะมีเมนูประจำและเมนูตามฤดูกาล ใครที่เคยมาทานที่ร้านแล้ว จะลองเปลี่ยนไปสั่งพวก seasonal menu ก็ดูน่าสนใจไม่แพ้เมนูปกติ อย่างช่วงที่เราไปมีเมนูที่ใส่ avocado ด้วย เพียงแต่เรามาเห็นตอนทานเสร็จเรียบร้อย
ส่วนใครที่มาครั้งแรก จะสั่งเป็นเมนูชื่อเดียวกับร้าน ก็จะได้ไม่พลาดลองชิมซอสสูตรต้นตำรับ (beast sauce)
ข้อดีของร้านนี้คือ ทุกเมนูสามารถสั่งได้ทั้งเนื้อหมูและเนื้อวัว รวมทั้งมีเฟรนช์ฟรายด์เสริฟมาด้วย ไม่จำเป็นต้องสั่งเพิ่ม ยกเว้นอยาก upgrade เป็น curly fries หรือ sweet potato fries ก็บวกเงินเพิ่ม 50 บาท หรืออยากเพิ่มชีสซอส ก็เพิ่มเงินอีก 60 บาท