Category : อาหาร

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำน้ำข้นมังสวิรัติ ตรต้มยำน้ำข้นใส่นมสดแทนกะทิ

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำน้ำข้นมังสวิรัติ ตรต้มยำน้ำข้นใส่นมสดแทนกะทิ

6 สูตรอาหารมังสวิรัติเมนูเส้น

ข้อดีการกินเจ มังสวิรัติ

1. ไฟเบอร์ที่ได้จากผัก และผลไม้เยอะ

2. ไขมันอิ่มตัวน้อย เพราะไม่กินเนื้อ

3. มีสาร phytochemical จากผักและผลไม้มาก

4. ลดปริมาณไขมันที่กิน จึงมีผลช่วยให้ปริมาณแคลอรี่ที่รับเข้าไปน้อยลง

5. ช่วยลดความดัน เพราะกินผักกับผลไม้เยอะ

6. ช่วยลดการท้องผูก เพราะผักกับผลไม้ที่รับประทาน

7. ลดความเสี่ยงต่อมะเร็ง และได้สารต้านอนุมูลอิสระจากอาหารที่รับประทาน

ส่วนผสม ก๋วยเตี๋ยวต้มยำน้ำข้นมังสวิรัติ

• บะหมี่ไข่ 1 ก้อน
• นมสด 1/4 ถ้วยตวง
• น้ำเปล่า 1+1/2 ถ้วยตวง
• ข่าหั่นแว่น 5 แว่น
• ตะไคร้ (ทุบพอแตกหั่นเฉียง) 3 ต้น
• ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ
• หอมแดงทุบพอแตก 3 หัว
• เห็ดนางฟ้าฉีก 50 กรัม
• แครอทกดเป็นดอก 4 ดอก
• ถั่วลันเตา 50 กรัม
• น้ำพริกเผาสูตรเจ 2 ช้อนโต๊ะ
• ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่นหยาบ 1/4 ช้อนชา
• น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
• พริกขี้หนู 10 เม็ด
• ผักชีซอย 1/4 ถ้วยตวง
• น้ำเปล่า (สำหรับลวกเส้น)

วิธีทำ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำน้ำข้นมังสวิรัติ

1. ใส่นมสดและน้ำเปล่าลงในหม้อยกขึ้นตั้งไฟพอร้อน ใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และหอมแดงลงต้มพอเดือด
2. ใส่เห็ดนางฟ้า แครอท และถั่วลันเตาลงต้มสักครู่
3. ปรุงรสด้วยน้ำพริกเผาสูตรเจ ซอสปรุงรส และเกลือป่น พอเดือดยกลง ใส่น้ำมะนาว พริกขี้หนู และผักชี คนพอเข้ากัน เตรียมไว้
4. ลวกเส้นบะหมี่ในน้ำเดือดจนสุก สะบัดให้แห้ง นำใส่ชาม นำส่วนผสมในข้อที่ 3 ราดลงบนเส้นบะหมี่ไข่ จัดเสิร์ฟ


แกงป่าปลาดุก สูตรใส่น้ำพริกแกงป่าสำเร็จรูป ใส่กระชาย และใบกะเพรา

แกงป่าปลาดุก สูตรใส่น้ำพริกแกงป่าสำเร็จรูป ใส่กระชาย และใบกะเพรา

เมนูกระชาย

สรรพคุณของกระชาย
1. กระชายมีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ
2. ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย (ใบ)
3. กระชายเหลืองมีสรรพคุณช่วยแก้ลมวิงเวียน แน่นหน้าอก
4. ช่วยบำรุงกำลัง เสริมสมรรถภาพทางเพศ บำบัดโรคนกเขาไม่ขันหรือโรคอีดี (Erectile Dysfunctional หรือ ED) (เหง้าใต้ดิน)
5. ช่วยบำรุงหัวใจ ด้วยการใช้เหง้าและรากของกระชายนำมาปอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด นำมาหั่นตากแห้งแล้วบดจนเป็นผง และให้ใช้ผงแห้งที่เตรียมไว้ประมาณ 1 ช้อนชา นำมาชงกับน้ำร้อนครึ่ง ถ้วยชา แล้วรับประทานเพียงครั้งเดียว (เหง้า, ราก)
6. ช่วยแก้อาการท้องร่วง ท้องเดิน ด้วยการใช้เหง้าสด 1-2 เหง้า ใช้เหง้าที่ปิ้งไฟแล้วนำมาฝนหรือตำผสมกับน้ำปูนใส หรือจะคั้นให้ข้น ๆ แล้วนำมารับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชาก็ได้ (เหง้า, ราก)
7. ช่วยบำรุงกระดูก ช่วยทำให้กระดูกไม่เปราะบาง
8. ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกาย
9. ช่วยบำรุงกำหนัด แก้อาการกามตายด้าน (เหง้าใต้ดิน)
10. ช่วยบำรุงสมอง เพราะช่วยทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองส่วนกลางได้ดีมากขึ้น
11. ช่วยปรับสมดุลของความดันโลหิตในร่างกาย ช่วยลดความดันโลหิตเมื่อความดันโลหิตสูง แต่เมื่อความดันโลหิตต่ำก็จะช่วยทำให้ความดันเพิ่มขึ้นจนเป็นปกติ
12. สรรพคุณกระชายช่วยแก้โลหิตเป็นพิษ (ใบ)
13. กระชายมีสรรพคุณทางยาช่วยแก้โรคในปากและคอ เช่น ปากเปื่อย ปากแห้ง ปากเป็นแผล (ใบ, เหง้า)
14. ช่วยแก้ฝ้าขาวในปาก ด้วยการใช้กระชายที่ล้างสะอาดนำมาบดแบบไม่ต้องปอกเปลือก แล้วใส่ในโถปั่นพอหยาบ แล้วนำมาใส่ขวดปิดฝาแช่ไว้ในตู้เย็น แล้วนำมากินก่อนอาหารครั้งละ 1 ช้อนชาเล็ก 15. กินวันละ 3 มื้อก่อนอาหารประมาณ 15 นาที ประมาณ 1 อาทิตย์ (ราก)
16. เหง้าใต้ดินมีรสเผ็ดร้อนและขม มีสรรพคุณช่วยแก้อาการปวดท้อง มวนในท้อง อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ด้วยการใช้เหง้าและรากประมาณครึ่งกำมือ ถ้าสดให้ใช้ประมาณ 5-10 กรัม แต่ถ้าเป็นแห้งให้ใช้ประมาณ 3-5 กรัม แล้วนำมาต้มเอาน้ำดื่มแก้อาการ หรือจะนำมาใช้ปรุงเป็นอาหารไว้รับประทานก็ได้เช่นกัน (เหง้าใต้ดิน)
17. ช่วยแก้บิด โดยใช้เหง้าสดประมาณ 2 เหง้า นำมาบดจนละเอียดแล้วเติมน้ำปูนใส คั้นเอาแต่น้ำมาดื่ม (เหง้าสด)
18. ช่วยรักษาอาการท้องเดินในเด็ก (เหง้า, ราก)
19. รากกระชายมีสรรพคุณช่วยแก้โรคกระเพาะ (ราก)
20. ช่วยแก้อาการบิดมูกเลือด (เหง้า, ราก)
ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้อาการปัสสาวะพิการ (เหง้า, ราก)

ส่วนผสม แกงป่าปลาดุก

  • ปลาดุก (หั่นชิ้น) 500 กรัม
  • น้ำพริกแกงป่า 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช 1/4 ถ้วย
  • น้ำเปล่า 2 ถ้วย
  • กระชายซอย 100 กรัม
  • มะเขือเปราะ (หั่นชิ้น) 200 กรัม
  • น้ำปลา
  • น้ำตาลปี๊บ
  • พริกชี้ฟ้า
  • ใบกะเพรา

วิธีทำ แกงป่าปลาดุก

     1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไป พอน้ำมันร้อนใส่น้ำพริกแกงป่าลงไปผัดจนหอม ตามด้วยปลาดุก ผัดให้สุก

2. เติมน้ำเปล่า รอจนเดือด ปรุงรสด้วยน้ำปลากับน้ำตาลปี๊บ

3. ใส่กระชายกับมะเขือเปราะ รอจนเดือดอีกครั้ง ใส่พริกชี้ฟ้ากับใบกะเพรา ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟ


ไข่กระทะ สูตรนี้ใส่ไข่สองฟองกับเครื่องเคราแน่น ๆ กินกับขนมปังปิ้งก็เข้ากัน

ไข่กระทะ สูตรนี้ใส่ไข่สองฟองกับเครื่องเคราแน่น ๆ กินกับขนมปังปิ้งก็เข้ากัน

10 สูตรทำอาหารเช้าคนไทย

ประโยชน์ของอาหารเช้า

ช่วยให้ความจำดี
มีการวิจัยพบว่า การรับประทานอาหารเช้ามีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพการเรียน การทำงาน ทำให้ระบบความจำ ทักษะการเรียนรู้ และอารมณ์ดีขึ้นด้วยค่ะ แต่หากใครไม่ทานอาหารเช้าจะมีสมาธิน้อยลงและสมองก็ทำงานได้ไม่เต็มที่

ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้
โดยคนที่รับประทานอาหารเช้าจะมีภาวะผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน หรือที่เรียกว่าภาวะดื้อต่ออินซูลินซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานนั้นลดลงถึง 35-50% เลยทีเดียวค่ะ

ช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้

อาหารเช้าช่วยควบคุมโรคอ้วนและน้ำหนักได้เป็นอย่างดีค่ะ นั่นเพราะจากมื้อดึกจนถึงเช้าวันใหม่เราอดอาหารมานานเกือบ 12 ชั่วโมง และหากเรายิ่งไม่ทานอาหารเช้าเข้าไปอีกจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง จนไปเพิ่มแนวโน้มการรับประทานอาหารที่มีพลังงานและไขมันสูงในมื้อเที่ยงมากขึ้นและนี่ก็เป็นสาเหตุให้มีน้ำหนักเกินและโรคอ้วนได้อย่างไม่รู้ตัวอีกด้วยค่ะ

ลดความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคหัวใจ
ผลการวิจัยจากสมาคมแพทย์โรคหัวใจในอเมริกาเมื่อปี 2003 พบว่า การรับประทานอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมออาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดสมองและโรคหัวใจได้ด้วย เพราะในตอนเช้าเลือดของเรามีความเข้มข้นสูงและทำให้เส้นเลือดที่ส่งไปเลี้ยงสมอง หรือหัวใจอุดตันได้ แต่ถ้ารับประทานอาหารเช้าเข้าไปจะช่วยให้ระดับความเข้มข้นในเลือดเจือจางลงด้วยค่ะ

ส่วนผสม ไข่กระทะ

• ไข่ไก่ 2 ฟอง
• กุนเชียง
• ไก่รวน หรือหมูรวน
• หมูยอ
• ต้นหอม (สำหรับโรย)
• ซอสปรุงรส
• พริกไทย
• เนยจืดหรือน้ำมัน

วิธีทำ ไข่กระทะ

1. ตั้งกระทะให้ร้อนใส่เนย พอเนยละลายแล้วใส่ไข่ ปิดฝา
2. พอไข่เริ่มเซตตัวแล้วใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไป รอจนไข่สุกตามชอบ เหยาะซอสปรุงรสกับพริกไทย โรยต้นหอม

 


น้ำพริกมะขามผัด สูตรใส่หมูสับหรือไม่ใส่ก็ได้นะคะ เติมกะปิเพิ่มความหอม

น้ำพริกมะขามผัด สูตรใส่หมูสับหรือไม่ใส่ก็ได้นะคะ เติมกะปิเพิ่มความหอม

น้ำพริกแห้ง

เมนูสุดแซ่บ ที่คุณสามารถทำเองได้ไม่ยากเลย ลองทำเองดูได้ จากสูตรที่นี่ ต้นทุนไม่แพง ทานได้หลายมื้อ หรือแม้กระทั่งจะทำขาย เมนูน้ำพริก เมนูสร้างอาชีพ จะทานคู่กับผักแนมต่างๆ เช่น ผักบุ้งลวก กล่ำลวก หรือ มะเขือลวก ก็ได้หมด หรือจะเป็นผักที่ตัวเองชอบก็ได้ เพิ่มรสชาติซี้ดซ้าดในมื้ออาหารของคุณ กับวิธีทำที่แสนง่ายต่อไปนี้

ส่วนผสม น้ำพริกมะขาม

  • หมูสับ 300 กรัม
  • มะขามอ่อน 120 กรัม
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  • พริกขี้หนูสวน 70 เม็ด
  • กระเทียม 20-25 กลีบ
  • หอมแดง 2 หัว
  • กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1+1/2 – 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันสำหรับผัดเล็กน้อย
  • ผักสดตามชอบ

วิธีทำ น้ำพริกมะขามผัด

     1. สับหมูสับ เตรียมไว้
2. นำมะขามอ่อนมาล้างทำความสะอาดผิว พักให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นใส่ลงในครก ใส่เกลือป่นลงไปโขลกให้ละเอียด ตักขึ้นพักไว้ (การใส่เกลือจะทำให้มะขามไม่ดำ)
3. โขลกพริกขี้หนู กระเทียม และหอมแดง พอหยาบ แล้วใส่กะปิลงไปโขลกให้เข้ากัน ตามด้วยหมูสับโขลกให้เข้ากันอีกครั้ง
4. ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บและน้ำปลา โขลกผสมให้เข้ากัน
5. ตั้งกระทะบนใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่น้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย แล้วใส่น้ำพริกที่โขลกไว้ลงผัดให้หมูสุกและน้ำพริกแห้ง ชิมรสตามชอบ
6.  ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟพร้อมผักสดต่าง ๆ ตามชอบ (กินไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นาน)


ยำกระท้อน สูตรนี้ใส่ปูเค็ม ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด

ยำกระท้อน สูตรนี้ใส่ปูเค็ม ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด

7 สูตรทำยำผลไม้

ส่วนผสม ยำกระท้อน

• กระท้อนสับ 1 ลูก
• ปูเค็ม หรือปูจืด
• กระเทียมปอกเปลือก 2-3 กลีบ
• พริกขี้หนู (ตามชอบ)
• น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่น 1/4 ช้อนชา (หรือน้ำปลาดี ๆ 1/2 ช้อนชา)
• น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
• ถั่วฝักยาวหั่นท่อน 1 ฝัก
• มะเขือเทศเชอร์รี (ผ่าครึ่ง) 5-10 ลูก
• เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดกรอบ (สำหรับโรยหน้า)

วิธีทำ ยำกระท้อน

1. โขลกกระเทียมกับพริกขี้หนูพอละเอียด ใส่น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น และน้ำมะนาวลงไปตำให้พอเข้ากัน
2. ใส่กระท้อน ปูเค็ม ถั่วฝักยาว และมะเขือเทศเชอร์รี โขลกเคล้าเบา ๆ ให้เข้ากัน
3. ตักใส่ภาชนะสำหรับเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดกรอบ


ข้าวหน้าแกงกะหรี่ ไมโครเวฟ สูตรนี้ใช้เครื่องแกงกะหรี่ญี่ปุ่นสำเร็จรูป

ข้าวหน้าแกงกะหรี่ ไมโครเวฟ สูตรนี้ใช้เครื่องแกงกะหรี่ญี่ปุ่นสำเร็จรูป

ข้าวหน้าแกงกะหรี่ ไมโครเวฟ

แค่มีไมโครเวฟเครื่องเดียว วิธีทำไม่วุ่นวายแบบนี้ลองจัดเองสักครั้งที่บ้านเลยดีไหม ขอนำเสนอวิธีทำอาหารญี่ปุ่น ที่ทำเองได้ง่ายๆ ไม่ต้องง้อเตาแก๊ส แถมราคาไม่แพง ทำเองทานได้งเยอะ ไม่ต้องไปถึงร้านอาหารญี่ปุ่นเลย

ส่วนผสม ข้าวหน้าแกงกะหรี่ ไมโครเวฟ

  • เครื่องแกงกะหรี่ญี่ปุ่น (สูตรที่ชอบ) 2-3 ก้อน
  • เนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ (หรือสไลซ์บาง ๆ) 100-200 กรัม
  • แครอต ปอกเปลือกหั่นเต๋า 1 หัว (ขนาดเล็ก)
  • เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ
  • มันฝรั่ง ปอกเปลือกหั่นเต๋า 1 หัว
  • หอมใหญ่ หั่นบาง 1 ลูก
  • น้ำ 1-2 ถ้วย
  • ข้าวสวย หรือข้าวญี่ปุ่นหุงสุก

วิธีทำ ข้าวหน้าแกงกะหรี่ ไมโครเวฟ

     1. หั่นเครื่องแกงกะหรี่เป็นชิ้นเล็ก ๆ เติมน้ำร้อนลงไปประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ คนผสมให้เครื่องแกงละลาย เตรียมไว้
2. ใส่แครอต และน้ำลงในชามกระเบื้อง นำเข้าเตาไมโครเวฟ ใช้ไฟปานกลาง นานประมาณ 2 นาที หรือจนผักสุกนุ่ม นำออกจากเตา ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
3. ใส่เนยสดลงในชามกระเบื้อง ตามด้วยมันฝรั่ง คนผสมให้เข้ากัน นำเข้าเตาไมโครเวฟ ใช้ไฟแรง นานประมาณ 4 นาที จนผักสุกนุ่ม นำออกจากเตา ใส่แครอต และหอมใหญ่ลงไป นำกลับเข้าเตาไมโครเวฟต่อนานประมาณ 2 นาที นำออกจากเตา เตรียมไว้
4. ใส่เนื้อหมูลงในชามกระเบื้อง นำเข้าเตาไมโครเวฟ ใช้ไฟแรง นานประมาณ 4-5 นาทีจนหมูสุก นำออกจากเตา ใส่ผักที่สุกแล้วลงไป เติมน้ำจนท่วมส่วนผสม ตามด้วยเครื่องแกงกะหรี่ที่ละลายเตรียมไว้ คนผสมให้เข้ากัน นำกลับเข้าเตาไมโครเวฟ ใช้ไฟปานกลาง นานประมาณ 8-10 นาที นำออกจากเตา ตักราดลงบนข้าวที่เตรียมไว้


หมูต้มซีอิ๊วใส่กุ้ง เนื้อหมูนุ่ม ๆ กับเนื้อกุ้งหวานอร่อย พร้อมกับน้ำซุปหวาน

หมูต้มซีอิ๊วใส่กุ้ง เนื้อหมูนุ่ม ๆ กับเนื้อกุ้งหวานอร่อย พร้อมกับน้ำซุปหวาน

อาหารเวียดนาม

อาหารเวียดนาม คือ อาหารของชาวเวียดนาม อาหารเวียดนามมีอะไรบ้าง จากต้นตำรับ ทั้ง เมนูต้ม เมนูผัด เมนูแกง เมนูทอด เมนูปิ้งย่าง อาหารเวียดนาม นิยมอาหารประเภทผัก เช่น แหนมเนือง เฝ๋อ ปากหม้อ เป็นต้น สูตรอาหารเวียดนามพร้อมวิธีทำและเคล็ดลับจากต้นตำรับ เมนูอาหาร ง่ายๆสามารถทำกินเองที่บ้านได้

ส่วนผสม หมูต้มซีอิ๊วใส่กุ้ง

• ซี่โครงหมูอ่อน 1 กิโลกรัม
• หมูสามชั้น 1/2 กิโลกรัม
• กุ้งสด 1/2 กิโลกรัม
• หอมใหญ่ซอย 3/4 ถ้วย ถึง 1 ถ้วย
• น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
• ซีอิ๊วหวาน (ตราจี้แซ จากนครสวรรค์)
• ซีอิ๊วขาว
• เหล้าจีน 1/2 ถ้วย
• น้ำร้อน

วิธีทำ หมูต้มซีอิ๊วใส่กุ้ง

• 1. นำซี่โครงหมูอ่อนมาสับเป็นชิ้นเล็กและหั่นหมูสามชั้นขนาด 3×3 เซนติเมตร ใช้กรรไกรมาปอกเปลือกด้านบนของตัวกุ้งเพื่อให้แกะกุ้งได้ง่ายขึ้น (ไม่ต้องปอกเปลือกกุ้ง)

• 2. นำหอมใหญ่ไปผัดกับน้ำมันพืชด้วยไฟอ่อนประมาณ 5 นาทีจนเนื้อหอมใหญ่สุกใส จากนั้นใส่หมูสามชั้นลงไปผัดจนสุก เสร็จแล้วตักหมูสามชั้นขึ้น พักไว้

• 3. ใส่ซี่โครงหมูอ่อนลงไปผัดประมาณ 5 นาที

• 4. ใส่หมูสามชั้นลงไป ตามด้วยซีอิ๊วหวานและซีอิ๊วขาวลงไปให้ทั่ว คลุกเคล้าให้เข้ากัน

• 5. ใส่เหล้าจีนลงไป ตามด้วยเติมน้ำร้อนให้เกือบท่วมส่วนผสมเนื้อหมู

• 6. ต้มจนเดือด ปิดฝา แล้วหรี่เป็นไฟอ่อน ตุ๋นไปอีกประมาณ 1.15 ชั่วโมง (75 นาที) หรือจนเนื้อหมูเริ่มเปื่อย

• 7. ใส่กุ้งสดลงไป เคี่ยวต่ออีกประมาณ 30 นาที รสชาติของกุ้งจะเข้าไปช่วยเพิ่มรสชาติของน้ำซีอิ๊วทำให้หวานขึ้นอีกเยอะ ตักเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อน ๆ หรือบะหมี่ก็รสเลิศ


พาสต้าซอสครีมต้มยำ ความพิเศษคือใส่ซีฟู้ดหลากชนิดลงในซอสครีมต้มยำ

พาสต้าซอสครีมต้มยำ ความพิเศษคือใส่ซีฟู้ดหลากชนิดลงในซอสครีมต้มยำ

7 สูตรทำพาสต้าซอสครีม

ความพิเศษคือใส่ซีฟู้ดหลากชนิดลงในซอสครีมต้มยำ เพิ่มความกรุบจากเห็ดฟาง เสิร์ฟกับขนมปังกระเทียม เมนูสปาเก็ตตี้ พร้อมสูตรและวิธีทำ ไม่ยากเลย ทำกินเองคุ้มกว่าตั้งเยอะ ทำเองได้ที่บ้าน

ส่วนผสม พาสต้าซอสครีมต้มยำ

• เนยสดชนิดเค็ม 2 ช้อนโต๊ะ
• ข่าหั่นบาง 3 แว่น
• ตะไคร้ซอยบาง 1 ต้น
• ใบมะกรูดฉีกก้านกลาง 3 ใบ
• พริกขี้หนูสวนบุบพอแตก 15 เม็ด
• ไวท์ซอสปรุงสำเร็จ 200 กรัม
• อาหารทะเลลวกสุก (ปลาหมึกสดหั่นแว่น กุ้งสดปอกเปลือกผ่าหลัง หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์พร้อมเปลือก) น้ำหนักรวม 150 กรัม
• เกลือป่น 1 ช้อนชา
• เห็ดฟางลวกผ่าครึ่ง 100 กรัม
• มะเขือเทศเชอร์รี 100 กรัม
• ผักชีซอย 2 ช้อนโต๊ะ
• พาสต้ารูปโบว์ต้มสุก 200 กรัม
• ผักชี และมะนาวฝานบางสำหรับแต่ง
• ขนมปังกระเทียมอบกรอบสำหรับรับประทานคู่

วิธีทำ พาสต้าหน้าซอสครีมต้มยำ

1. ใส่เนยสดชนิดเค็มลงในกระทะ ตั้งไฟพอร้อน
2. ใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกขี้หนูสวนลงผัดจนมีกลิ่นหอม
3. ใส่น้ำพริกเผา ไวท์ซอส และเกลือป่น คนผสมจนเดือด
4. เติมอาหารทะเลลวกสุก เห็ดฟาง มะเขือเทศเชอร์รี และผักชี คนผสมให้เข้ากัน ยกลง พักไว้
5. ตักพาสต้าใส่ภาชนะ ราดซอสครีมต้มยำ แต่งด้วยช่อผักชี และมะนาวฝานบางเสืร์ฟคู่กับขนมปังกระเทียมอบกรอบ


พิซซ่าเมล็ดเจียมังสวิรัติ ความพิเศษคือแป้งพิซซ่าทำจากแป้งบักวีต

พิซซ่าเมล็ดเจียมังสวิรัติ ความพิเศษคือแป้งพิซซ่าทำจากแป้งบักวีต

พิซซ่าเมล็ดเจียมังสวิรัติ

ความพิเศษคือแป้งพิซซ่าทำจากแป้งบักวีต เมล็ดเจีย เมล็ดสน และเมล็ดฟักทอง โรยหน้าด้วยผักและเห็ด ทำเองไม่ยาก แถมได้สุขภาพด้วย มีประโยชน์ ดีต่อสุขภาพ ลองทำเองได้เลย เราแจกสูตร พร้อมวิธีทำ

ส่วนผสม แป้งพิซซ่า
  • เมล็ดเจีย 1/4 ถ้วย
  • น้ำเปล่า 3/4 ถ้วย
  • แป้งบักวีต (Buckwheat) 3 ช้อนโต๊ะ
  • ผงออริกาโน่ 1 ช้อนชา
  • เกลือทะเล 1 ช้อนชา
  • เมล็ดสน (บดหยาบ) 1 ช้อนโต๊ะ
  • เมล็ดฟักทอง (บดหยาบ) 2 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสม หน้าพิซซ่า
  • ซอสมะเขือเทศเข้มข้น 1/4 ถ้วย
  • มะเขือเทศเชอร์รี (ผ่าครึ่ง) 10 ลูก
  • เห็ดสไลซ์ (ตามชอบ) 4 ลูก
  • พริกหวาน (หั่นบาง) 4-5 ชิ้น
  • ออริกาโน่ 1-2 ช้อนชา
  • หอมใหญ่สีม่วง (สไลซ์บาง) 1/2 หัว
  • เกลือป่น
  • พริกไทยป่น
  • เชดดาร์ชีสขูด 30 กรัม
  • ใบโหระพา
  • ผักร็อกเก็ต
     
วิธีทำ พิซซ่าเมล็ดเจียมังสวิรัติ
     1. นวดผสมเมล็ดเจีย น้ำเปล่า แป้งบักวีต ผงออริกาโน่ และเกลือเข้าด้วยกัน นวดจนส่วนผสมเหนียวข้น
2. ใส่เมล็ดสนและเมล็ดฟักทองลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. แผ่ส่วนผสมแป้งบนแผ่นกระดาษรองอบ แผ่ให้เป็นทรงกลมหนาประมาณ 1 เซนติเมตร
4. นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส (หรือ 350 องศาฟาเรนไฮต์) ประมาณ 30-40 นาที จนสีสุกเหลือง
5. นำออกจากเตาอบ ราดซอสมะเขือเทศเข้มข้น โรยมะเขือเทศเชอร์รี เห็ด พริกหวาน ออริกาโน่ หอมใหญ่ เกลือป่นและพริกไทยป่นลงไป อบต่ออีกประมาณ 10 นาที
6. โรยเชดดาร์ชีส ใบโหระพา และผักร็อกเก็ต พร้อมเสิร์ฟ

กระท้อนแช่อิ่ม จะหั่นเป็นชิ้นหรือใช้มีดกรีดเป็นเส้นถี่ ๆ รอบกระท้อน เพื่อให้เข้าเนื้อ

กระท้อนแช่อิ่ม จะหั่นเป็นชิ้นหรือใช้มีดกรีดเป็นเส้นถี่ ๆ รอบกระท้อน เพื่อให้เข้าเนื้อ

ผลไม้แช่อิ่ม

ประโยชน์ 4 ข้อ ของอาหารหมักดอง

รู้หรือไม่ อาหารหมักดองมีทั้งประโยชน์และโทษในตัวมันเอง ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกทานมันให้ถูกวิธีหรือไม่คนส่วนใหญ่มองว่าอาหารหมักดองนั้นให้แต่โทษ เพราะอาหารหมักดองส่วนใหญ่จะใส่สารบอแร็กซ์ ทำให้อาหารนั้นกรอบ มีโทษต่อร่างกายทำให้อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เป็นพิษต่อไตและสมอง

นอกจากนี้ยังมีสารฟอกขาวที่พบในผักและผลไม้ดอง จะช่วยยับยั้งไม่ให้อาหารเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและหยุดการเจริญเติบโตของรา ยีสต์ และแบคทีเรีย ถึงแม้ร่างกายจะ สามารถขับสารตัวนี้ออกได้ทางปัสสาวะ แต่หากบริโภคบ่อยๆ จนเกิดการสะสม จะทำลายวิตามินบี 1 ทำให้หายใจติดขัด ความดันโลหิตต่ำ ส่วนคนที่แพ้จะเกิดอาการลมพิษ ช็อก หรือหมดสติได้

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากโทษอันเกิดจากการรับประทานมากเกินไป หากทานในปริมาณที่พอดี ไม่บ่อยครั้งมาก อาหารหมักดองก็มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกัน

แล้วประโยชน์ของอาหารหมักดองมีอะไรบ้าง

1. อาหารหมักดองมีแบคทีเรีย Lactobacillus acidophilus ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย แบคทีเรียที่มีในอาหารหมักดอง จะช่วยทำความสะอาดลำไส้ ช่วยย่อยอาหาร และผลิตวิตามินบางอย่างให้ร่างกาย ทำให้ลำไส้ลื่น ซึ่งเป็นผลให้แบคทีเรียที่เป็นโทษไม่สามารถยึดเกาะที่จะทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้

2. แบคทีเรียในอาหารหมักดอง ขณะย่อยสารอาหารและน้ำตาล จะเกิดกรดแลคติค เป็นผลพลอยได้ กรดแลคติคจะช่วยถนอมอาหาร ป้องกันไม่ให้แบคทีเรียอื่นจะเข้าทำลายให้อาหารเน่าเปื่อย

3. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยให้ระบบการย่อยแข็งแรง และช่วยระบบภูมิต้านทานในร่างกายอีกด้วย การรับประทานอาหารที่มี lacto-bacteria ที่มีชีวิต จะช่วยป้องกันจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคได้

ส่วนผสม กระท้อนแช่อิ่ม

  • กระท้อน 3 กิโลกรัม
  • น้ำเปล่า 4 ลิตร
  • เกลือ 200 กรัม
  • น้ำตาลทราย 1.5 กิโลกรัม
  • น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ กระท้อนแช่อิ่ม

     1. ปอกเปลือกกระท้อนโดยใช้มีดกรีดเป็นเส้นถี่ ๆ รอบกระท้อนให้ลึกถึงเม็ด น้ำเชื่อมจะได้ซึมง่าย
2. ละลายเกลือกับน้ำเปล่าในอ่างผสม ใส่กระท้อนลงไปแช่ หาของมาทับให้กระท้อนจมแช่ไว้ 1 วัน
3. ทำน้ำเชื่อมโดยนำน้ำเปล่าใส่หม้อ เติมน้ำตาลทรายกับน้ำส้มสายชู ตั้งไฟคนให้ละลาย รอจนเดือด พักไว้ให้เย็น
4. ตักกระท้อนที่แช่น้ำเกลือขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำแล้วใส่ขวดโหล เทน้ำเชื่อมลงไปแช่ไว้ประมาณ 3-5 วัน